seal

Author Posts

มีกี่ครั้งที่คุณเริ่มทะเลาะกันใหญ่โตโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เพียงแค่ตั้งคำถามเล็กๆน้อยๆ? แต่บางครั้งสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นคำถามง่ายๆอาจจะปลูกฝังความกลัวเข้าไปในจิตใจของผู้ชาย ทว่าเราไม่ได้หมายความว่าห้ามพูดถึงหัวข้อเหล่านั้น แต่คุณควรใช้ความละเอียดอ่อนมากขึ้น และนี่คือ 9 คำถามที่มีแนวโน้มว่าจะทำให้ผู้ชายวิ่งหนีคุณไป เราเป็นคนพิเศษ? แม้ว่าการผูกมัดจะเป็นประเด็นที่น่ากลัวแต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ว่าทั้งผู้ชายและผู้หญิงมีความคิดและการกระทำที่ต่างกัน ผู้หญิงจะสนใจเรื่องชีวิตคู่ ครอบครัว และความสุขชั่วนิรันดร์ขณะที่ผู้ชายต้องเข้มแข็งและเป็นอิสระไม่ต้องพึ่งพาใคร อย่างไรก็ตามคุณทั้งสองก็ควรเข้าใจตรงกัน แต่อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับความพิเศษอาจจะทำให้ผู้ชายรู้สึกกลัวได้อย่างง่ายดาย คุณมีคะแนนสะสมในบัตรเครดิตเท่าไหร่? เป็นคำถามเกี่ยวกับการเงินซึ่งอาจทำให้ระดับความสัมพันธ์ตกลงอย่างรวดเร็ว คุณควรปรึกษากันเรื่องเงินตั้งแต่เนิ่นๆเนื่องจากเงินจะครอบคลุมความสัมพันธ์ทั้งหมด และเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีการวางแผนเกี่ยวกับการลงหลักปักฐานหรืออสังหาริมทรัพย์หรือการตั้งครรภ์ก็แสดงว่าพวกเขารู้สึกกังวลเกี่ยวกับความสามารถทางการเงินของอีกฝ่าย ทางที่ดีคุณควรพูดคุยกันแบบง่ายๆแทนที่จะถามไปตรงๆและก้าวร้าวใส่กัน แฟนเก่าของคุณเป็นคนแบบไหน? นี่คือคำถามที่เสี่ยงมาก แม้ว่าอาจจะดูเหมือนไม่จำเป็นแต่ก็เป็นธรรมชาติที่คนเราจะอยากรู้อยากเห็นโดยเฉพาะถ้าความสัมพันธ์ในอดีตค่อนข้างจริงจัง ทว่าน่าจะเป็นความอิจฉาที่เป็นตัวกระตุ้นสำหรับประเด็นนี้ ดังนั้นก่อนอื่นคุณต้องวิเคราะห์ว่าตัวเองอยู่จุดไหนในความสัมพันธ์รวมถึงเหตุผลที่อยากรู้ หากคุณไม่ซีเรียสกับอดีตของเขาก็ถามไปเลย เราจะเป็นอย่างไรในอีก 5 ปีข้างหน้า? นี่ไม่ใช่คำถามที่เหมาะกับความสัมพันธ์เริ่มแรกเนื่องจากแรงเกินไป แม้ว่าการวางแผนสำหรับอนาคตจะเป็นสิ่งสำคัญแต่ก็ยังเป็นหัวข้อที่น่ากลัวมากสำหรับผู้ชายอยู่ดี นอกจากจะบ่งบอกถึงวิสัยทัศน์ของเขาสำหรับอนาคตแล้ว วิสัยทัศน์ของเขาที่มีต่อคุณก็อยู่ในนั้นด้วย ดังนั้นคุณควรถามเขาเกี่ยวกับเป้าหมายในอนาคตแทน เช่น สถานที่อยู่หรือหน้าที่การงาน เป็นต้น เมื่อไหร่ฉันจะได้พบพ่อแม่ของคุณ? คำถามนี้เกี่ยวข้องกับทั้งความสัมพันธ์ของคุณและความสัมพันธ์ของเขากับครอบครัวด้วย ถ้าความสัมพันธ์ในครอบครัวของเขาเปลี่ยนแปลงไปมาง่ายก็อย่าเพิ่งคาดหวังว่าคุณจะได้พบกับพวกเขาในเร็วๆนี้ แต่ถ้าเขามีความสัมพันธ์ที่ดีคุณก็ควรรู้สึกสบายใจที่จะถาม หากเขารู้ว่าคุณเปิดใจที่จะไปทำความรู้จักกับครอบครัวของเขา เขาก็ยิ่งเต็มใจที่จะพาคุณไปพบ คืนนี้คุณอยากทำหรือกินอะไร? คำถามนี้ดูเหมือนว่าทั้งง่ายและมีเหตุผล แต่รู้ไหมว่ามันสร้างความตึงเครียดที่ไม่จำเป็นได้ ถ้าผู้ชายรู้สึกเหนื่อย คำถามเหล่านี้ก็จะเป็นการบังคับให้เขาคิดและอาจทำให้เหนื่อยใจเข้าไปอีกเมื่อต้องอธิบาย ดังนั้นทางแก้ปัญหาคือต้องสลับกันวางแผน เช่น สัปดาห์นี้ต้องมีฝ่ายหนึ่งตัดสินใจเรื่องอาหารและกิจกรรม พอสัปดาห์ต่อไปก็เป็นอีกฝ่ายหนึ่ง วิธีนี้จะช่วยลดความกดดันของทุกคนและสร้างสมดุลที่แข็งแรง คุณอยากมีลูกไหม? นี่เป็นคำถามที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในความสัมพันธ์บางอย่าง
Complete Reading

สมรรถภาพทางเพศเป็นสิ่งมนุษย์ต้องการจะมี ไม่ว่าจะมีวัยที่ล่วงเลยไปเพียงใดก็ตาม การใช้สารเคมีเพื่อกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศนั้นก็สามารถทำได้ แต่ในขณะเดียวกันในธรรมชาติก็มีพืชมากมายหลายชนิดที่มีสรรพคุณในการบำรุง เพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้กับเรา โดยไม่ต้องเสี่ยงอันตรายและผลข้างเคียงจากสารเคมี มาดูกันว่าธะรมชาติได้มอบอะไรที่ช่วยทำให้เรากลับมาฟิตปั๋งได้อีกครั้งบ้าง ถั่งเช่าหรือหญ้าหนอน มีส่วนช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศทั้งชายและหญิง บำรุงอสุจิให้แข็งแรง และช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มอีกด้วย ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีจึงไม่แปลกเลยที่จะเป็นสมุนไพรที่ได้รับสมญาว่าไวอากร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย กระชายดำ เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ บำรุงฮอร์โมนเพศชาย จึงมีส่วนช่วยให้เรากลับมากระชุ่มกระชวยได้อีกครั้งหนึ่ง และในปัจจุบันก็สามารถหาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย กระเทียม ของสามัญประจำครัวของคนไทย แต่มีสรรพคุณช่วยในการไหลเวียนของโลหิต โดยเฉพาะอย่างยิงบริเวณอวัยวะเพศชาย ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศมากขึ้น ใครรู้สึกว่าตัวเองเริ่มหมดความต้องการ ลองใส่กระเทียมเพิ่มในอาหารทุกๆมื้อดูอาจจะช่วยได้ กล้วยหอม ผลไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของเพศชาย มีโปรแทสเซียมบำรุงกล้ามเนื้อและระบบประสาท และยังอุดมด้วยวิตามินบี6 ซึ่งเพิ่มความต้องการทางเพศให้กับร่างกายอีกด้วย ไม่ใช่กล้วยทุกชนิดที่ทำได้นะ ต้องเป็นกล้วยหอมเท่านั้น ขิง สมุนไพรพื้นบ้าน ที่มีสรรพคุณทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายมีความต้องการทางเพศมากขึ้นนั่นเอง มะเดื่อ ของดีที่ช่วยให้ชาวกรีกโบราณคึกคักอยู่ตลอดเวลา ด้วยวิตาบีชนิดไนอะซินที่สูง เพิ่การไหลเวียนของเลือด และมีแมกนีเซียม สารจำเป็นในการสร้างฮอร์โมนเพศชาย จึงช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้เป็นอย่างดี กวาวเครือแดง อีกหนึ่งสมุนไพรที่ไม่ค่อยจะรู้จักกันแพร่หลาย แต่มีฮอร์โมนเพศชาติค่อนข้างสูง ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้นานขึ้น ช่วยรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้เป็นอย่างดีอีกด้วย มีของจากธรรมชาติมากมายที่ช่วยให้คุณกลับมามีสรรถภาพทางเพศได้อีกครั้ง แล้วทำไมเราจึงต้องไปพึ่งสารเคมีกันล่ะ

.ปัจ.จุบันการออกกำลังกายถือได้ว่าเป็นที่นิยมของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมากและมีกระแสมากมาย ซึ่งการออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการฟังเพลง ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้เรามีความเพลิดเพลินไปกับการออกกำลังกายอย่างไม่น่าเบื่ออีกด้วยครับ   หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมหูฟังแบบธรรมดาทั่วไปที่ใช้อยู่นั้น เวลานำไปใช้ออกกำลังกายเเล้ว จึงสวมใส่ไม่ถนัดและ เสียหายง่ายมากๆ การเลือกหูฟังที่ใช้งานได้เหมาะสมกับกิจกรรม จึงนับได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกัน ซึ่งหูฟังออกกำลังกาย ก็จะมีความเเตกต่างจาก หูฟังโดยทั่วไป ดังนี้ครับ 1.หูฟังออกกำลังกายนั่นสามารถทนต่อเหงื่อหรือความชื้นได้มากกว่าหูฟังโดยทั่วไป บางรุ่นสามารถใส่ว่ายน้ำได้เลยด้วย 2.หูฟังออกกำลังกายนั้นได้ออกเเบบลักษณะรูปทรงของตัวบอดี้มาให้สวมใส่ได้เเน่นกระชับมากกว่าหูฟังโดยทั่วไป โดยออกเเบบตัวจุกยางให้เป็นลักษณะเกี่ยวหูหรือออกเเบบตัวก้านให้คล้องเกี่ยวกับใบหู 3 หูฟังออกกำลังกายออกเเบบมาให้มีน้ำหนักเบา ทำให้การใช้งานมีคล่องตัวในทุกการเคลื่อนไหว 1 หูฟังบลูทูธ Jbl reflect contour ซึ่งมีขนาดตัวที่เล็กกระทัดรัดน้ำหนักเบา ให้การสวมใส่ ที่เเน่นกระชับ สามารถใช้ออกกำลังกาย ได้ทั้งการเล่น กีฬาเเละ การวิ่งออกกำลังกายได้อย่างเพลิดเพลิน ให้เสียงโปร่งฟังสบายอีกด้วยครับ 2 หูฟังบลูทูธ  JBL Under Armour มีขนาดตัวที่เล็กเเละมีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ ให้การสวมใส่วิ่งออกกำลังได้อย่างลงตัว ให้เสียงเบสที่แน่น ฟังสนุก เเละเเยกรายละเอียดของ ชิ้นดนตรีได้อย่างลงตัวครับ 3 หูฟังบลูทูธ Beats Powerbeats 3 Wireless ออกเเบบมาลักษณะคล้องเกี่ยวใบหูมีความเเน่นกระชับ สามารถใช้ออกกำลังกายเเละเล่นกีฬาในรูปเเบบต่างๆได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้เสียงเบสเเน่นอิมแพคแรง ถึงใจคนชอบเบสหนักครับ 4
Complete Reading

หกเดือนที่ผ่านมาฉันบินไปเที่ยวที่ออสเตรเลียและกลับบ้านมาพร้อมกับน้ำหนักตัวมหาศาล แม้ฉันจะพยายามวิ่งทุกเช้า ว่ายน้ำอย่างหนักเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งพึงกระทำได้ และฝึกโยคะเป็นประจำ แต่ฉันก็ไม่สามารถกำจัดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาเนื่องจากแอลกอฮอล์และของว่างมื้อดึกได้เลย แผนการลดน้ำหนักของฉันจึงมุ่งมาที่การออกกำลังกายวันละ 2 ครั้ง แต่ฉันสงสัยว่ามันจะปลอดภัยหรือเปล่า? เป้าหมายของฉันคือเพื่อลดน้ำหนัก แต่นั่นไม่ใช่แรงบันดาลใจของทุกคนที่ออกกำลังกายแบบนี้ ยังมีจุดประสงค์อื่นๆอีกมากมายว่าเหตุใดคนส่วนหนึ่งจึงเลือกออกกำลังกายมากกว่าวันละ 1 ครั้งใน 24 ชั่วโมง เช่น การสร้างกล้ามเนื้อ หรือฝึกเพื่อไปแข่งขัน และแม้ว่าการออกกำลังกายเป็นประจำจะส่งผลดีต่อสุขภาพสำหรับบางคน แต่การออกกำลังกายวันละครั้งก็อาจไม่เหมาะสม ไม่มีการศึกษาแน่ชัดว่าการออกกำลังกายวันละ 1 ครั้ง 2 ครั้ง หรือแม้แต่ 3 ครั้งมีความแตกต่างกัน ความจริงคือร่างกายของคนเรามักตอบสนองกับการออกกำลังกายแบบเข้มข้นมากกว่าระยะเวลาที่เราวิ่งหรือเหวี่ยงเคทเทิลเบลล์ การออกกำลังกายมีองค์ประกอบ 2 อย่างได้แก่ความเข้มข้นกับความตั้งใจและที่สำคัญมันแตกต่างสำหรับทุกคน การออกกำลังกายวันละ 2 ครั้งมีประโยชน์ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพแน่นอนหากเราปฏิบัติอย่างชาญฉลาด อย่าลืมว่านักกีฬาก็มักจะออกกำลังกายวันละ 2 ครั้งหรือมากกว่านั้นเมื่อมีการแข่งขัน สำหรับบางคนที่ต้องการแค่ความแข็งแรง กระฉับกระเฉง และเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการออกกำลังกาย บอกเลยว่าการออกกำลังกายวันละ 2 ครั้งนั้นไม่จำเป็น แต่ก็ไม่เป็นไรที่จะลองและปฏิบัติอย่างถูกวิธี และนี่คือวิธีออกกำลังกายวันละ 2 ครั้งอย่างถูกต้อง 1. มองหาสมดุล หลีกเลี่ยงการฝึกหนักเกินไปโดยการหาสมดุลระหว่างการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงกับความเข้มข้นต่ำ เนื่องจากจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บและฟื้นฟูสภาพร่างกายได้
Complete Reading

ความตาย ความเจ็บป่วย การตกงาน และเหตุการณ์อื่นๆอีกมากมายมักจะมาพร้อมกับคำพูดประโยคนี้ “มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ” แวบแรกคุณจะรู้สึกว่าคำพูดประโยคนี้เหมาะสมแล้ว แต่ปัญหาคือ..คุณกำลังผลักภาระนี้ไปให้เพื่อนที่กำลังตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก “พวกเขาน่าจะรู้สึกเหนื่อยล้ามากจนบางครั้งก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร” คนส่วนใหญ่มักจะพูดว่า “มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ” เพราะเราต้องการช่วยจริงๆ ทางที่ดีควรพูดเฉพาะเจาะจงออกไปเลยว่าคุณต้องการช่วยอะไร และนี่คือคำแนะนำบางส่วนจากผู้เชี่ยวชาญ “ฉันไปรับเด็กๆให้ในวันอังคารดีไหม?” บางทีคุณกับเพื่อนอาจมีลูกๆอยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกัน งั้นก็ลองคุยกับเพื่อนว่าคุณจะไปรับส่งพวกเด็กๆที่โรงเรียนหรือพาไปทำกิจกรรมอื่นๆให้..ดีไหม? หรือถ้าเป็นในกรณีอื่นๆก็ได้ เช่น คืนวันศุกร์ฉันเอาพิซซ่าไปกินด้วยกันไหม? วันอาทิตย์ฉันไปโบสถ์เป็นเพื่อนเธอดีไหม? สัปดาห์หน้าฉันจองนวดตัวให้เธอเอาไหม? คืนนี้ฉันไปเอาของที่ร้านขายของชำให้ไหม? วันพฤหัสถ้าทุกอย่างโอเคแล้วเราไปดื่มกาแฟด้วยกันไหม? คำถามเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถกะเกณฑ์ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร พวกเขาอาจตอบว่า “ปกติวันจันทร์ฉันไม่รับโทรศัพท์ แต่ฉันก็คงเหงาหลังจากที่ครอบครัวกลับไปในวันอาทิตย์ เธอมาก็ดีเหมือนกัน” “ฉันจะจดจำไว้เสมอว่าเธอเป็นคนตลกแค่ไหน” การแบ่งปันความทรงจำถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้วก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการปลอบใจเพื่อนที่กำลังโศกเศร้า นี่คือการเชื่อมต่อในระดับที่ลึกลงไปอีกเนื่องจากคุณจะจดจำสิ่งดีๆของคนๆนี้ไปด้วยกัน “ฉันหวังว่าจะปัดเป่าความเจ็บปวดออกไปได้ แต่ฉันทำไม่ได้” พยายามอย่าพูดประมาณว่าควรปัดเป่าความเจ็บปวดออกไปเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย เช่นเดียวกับคำว่า “เวลาจะช่วยเยียวยา” หรือ “มันจะต้องผ่านไปด้วยดี” คุณไม่รู้ว่าสถานการณ์นั้นสร้างความเจ็บปวดขนาดไหน บอกให้เพื่อนรู้แค่ว่าคุณจะคอยเป็นกำลังใจให้พร้อมๆกับยอมรับไปด้วยว่าคุณปลอบใจใครไม่เป็น “เอ้าดื่มน้ำก่อนสิ” พวกเขาอาจรู้สึกเหนื่อยแต่ไม่มีใครสนใจ ดังนั้นคุณควรเดินเข้าไปหาพวกเขาพร้อมกับน้ำดื่มสักแก้วและนั่งลงด้วยกัน หรือชวนพวกเขาไปเดินเล่นข้างนอกถ้าจำเป็น “ฉันเสียใจด้วยนะ” คำพูดง่ายๆและฟังดูคุ้นเคยแบบนี้ก็ยังใช้ได้อยู่ ที่สำคัญก็ยังดีกว่าคำพูดที่ว่า “มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ” “ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแต่ฉันอยู่ตรงนี้นะ” ถ้าคุณกำลังพูดกับเพื่อนสนิทก็สามารถพูดประโยคนี้ออกไปตรงๆได้เลย การอยู่เคียงข้างเพื่อนย่อมดีกว่าการพูดโดยเฉพาะถ้าคุณยังหาคำพูดที่เหมาะสมไม่ได้ บางครั้งการรับฟังก็สำคัญกว่าการพูด คนส่วนใหญ่อาจมองว่าความเงียบจะยิ่งทำให้เรารู้สึกอึดอัด แต่รู้ไหมว่าการนั่งอยู่ด้วยกันเงียบๆอาจเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดเท่าที่คุณสามารถให้เพื่อนได้เลย

Create Account



Log In Your Account